วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Apple ค้นพบว่า iPhone 6 Plus

screen-shot-2014-09-22-at-9-14-58-am

Apple ค้นพบว่า iPhone 6 Plus ที่วางจำหน่ายในช่วงเวลาระหว่างเดือนเดือนกันยายนถึงมกราคมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีปัญหาในการผลิตที่กล้องด้านหลัง ปัญหาดังกล่าวจะทำให้ภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง iSight camera มีอาการสั่นเบลอ
แต่ไม่ต้องกังวล Apple จะเปลี่ยนกล้องใหม่ให้ฟรี หาก iPhone 6 Plus อยู่ในล็อตการผลิตที่มีปัญหา โดยสามารถตรวจสอบผ่านหน้าเว็บของ Apple ได้เลยโดยตรง (ที่นี่) ครับ
2015-08-24_123439



LG G4 Stylus

LG_G4_Stylus

หลังจากความสำเร็จของสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง LG G4 ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่สวยงาม หรือกล้องที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมสร้างสรรค์งานต่างๆ มากมาย ทาง LG ก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ ส่งสมาชิกใหม่ในครอบครัว LG G4 เพิ่มเข้ามาในท้องตลาดด้วย LG G4 Stylusสมาร์ทโฟนเรือธง ที่มาพร้อมปากกาอัจฉริยะ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมต่างๆ จดโน๊ตหรือวาดรูป และนี่ก็คือสเปคของ LG G4 Stylus
  • Chipset : 1.4 GHz Octa-Core
  • หน้าจอแสดงผล : ขนาด 5.7 นิ้ว HD IPS (258ppi)
  • หน่วยความจำ : 1GB RAM (LPDDR3) / 8GB ROM / รองรับ microSD
  • ความละเอียดกล้อง : กล้องหลัง 13MP / กล้องหน้า 5MP
  • ความจุแบตเตอรี่ : 3,000 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : AndroidTM 5.0 Lollipop
  • ขนาดตัวเครื่อง : 154.3 x 79.2 x 9.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักตัวเครื่อง : 163 กรัม
  • สี : Metallic Silver / Floral White
  • ฟีเจอร์ UX : Gesture Shot, Glance View, QuickMemo+
ซึ่งจะเห็นได้ว่า LG G4 Stylus มีหลายๆ ฟังก์ชั่นที่อยู่บน LG G4 อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Gesture Shot สั่งการถ่ายรูป, Laser Auto Focus ที่ช่วยให้กล้องสามารถโฟกัสภาพได้คมกริบ หรือ Knock Code™ ช่องทางเก๋ๆ ในการปลดล๊อคสมาร์ทโฟน และดีไซน์ที่สวยงามในสไตล์ LG G4 แต่ก็แน่นอนว่าต้องมีหลายๆ อย่างที่แตกต่างกันออกไป
หน้าจอของ LG G4 Stylus มาในขนาด 5.7 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า LG G4 เล็กน้อยที่ขนาด 5.5 นิ้ว แต่ความละเอียดลดลงจาก Quad HD เป็น HD IPS ซึ่งก็ละเอียดพอสำหรับหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว
ด้านระบบประมวลผลและหน่วยความจำที่ถูกลดลงมาบ้างจากรุ่นเรือธง แต่ก็ไม่ทำให้ความไหลลื่นในการใช้งานน้อยลงไป หรือกล้องที่ถูกปรับความละเอียดลง ซึ่งก็ไม่เห็นผลเท่าไรนัก เมื่อเลนส์กล้องยังให้ค่า F1.8 ที่สามารถถ่ายในสภาวะแสงมืดได้ดี และยังละลายฉากหลังให้สวยๆ ได้
ถึงแม้จะเห็นได้ว่า LG G4 ตัวหลักนั้น มีสเปคต่างๆ ที่อยู่ในระดับท๊อป แต่ LG G4 Stylus ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้งาน ที่ต้องการใช้ปากกาในการเพิ่มความสะดวกใช้งานสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นการจดโน๊ตหรือวาดรูป เพื่อนๆ ที่สนใจ LG G4 Stylus สมาร์ทโฟนฟังก์ชั่นเรือธง ที่มาพร้อมปากกาอัจฉริยะ ก็สามารถไปชมกันได้ทางลิ้ง http://www.lg.com/th/mobile-phone/lg-H540 ได้เลย

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

MacBook Air

อัพเดทกันอีกหนึ่งครั้งกับการมาของ Book Air รุ่นล่าสุดโดยมีการเปิดตัวและจำหน่าย MacBook Air 13 [Early 2015] ในประเทศไทยไปซักพักแล้ว ที่แน่นอนว่ามาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลทั้งขนาด 11 และ 13 นิ้วเช่นเดิม แม้ว่าดีไซน์การออกแบบยังคงเหมือนเดิมแต่ก็ยังน่าสนใจอยู่
      ล่าสุดทางทีมงานได้ขออนุญาติทาง iStudio by comseven ไปรีวิวถึงหน้าร้านกันเลยทีเดียว สำหรับ MacBook Air 13 [Early 2015] ซึ่งมาพร้อมกับสเปก Intel Core i Gen 5 (Broadwell) ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อน
     นอกเหนือจากนั้นยังได้มีการอัพเดทพอร์ตการเชื่อมต่อเป็น Thunderbolt 2 และเพิ่มความเร็วของ SSD เข้าไปอีกด้วย เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย กับในส่วนของคนที่กำลังเล็งซื้อ MacBook Air เครื่องใหม่อยู่ ที่ในบทความรีวิวนี้เราจะมีมาดูกันว่า MacBook Air 13 [Early 2015] มีความน่าสนใจขนาดไหนกับผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย OS X 10.10 Yosemite ท่ามกลางกระแสคอมพิวเตอร์พีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 อยู่มากมาย
Specification
     สเปกของ MacBook Air 13 [Early 2015] ทุกรุ่นก็คือสเปกของ Ultrabook ที่ใช้ชิปสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 5 (Broadwell) โดยชิปประมวลผลจะเป็น Intel Core i5-5250U ที่มีอัตราการกินไฟที่ต่ำ แต่ประสิทธิภาพนั้นเทียบชั้นได้กับ Core i5 ปกติเลยทีเดียว ความเร็วในการทำงานก็อยู่ที่ 1.6 GHz และยังแอบ Turbo Boost ขึ้นไปได้สูงสุดถึงกว่า 2.7 GHz อีก และแน่นอนว่าภายใน MacBook Air 13 [Early 2015] ก็มาพร้อมกับชิปกราฟิก Intel HD Graphics 6000 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากรุ่นเก่ามากพอตัว
     MacBook Air มีขนาดจอให้เลือกคือ 13.3 นิ้ว บนความละเอียดสูง 1440 x 900 พิกเซล และขนาด 11.6 นิ้ว ที่ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล ต่อมาก็เป็นเรื่องของแรม ที่ MacBook Air ทุกรุ่นจะใช้เป็นแบบฝังมาบนเมนบอร์ดเลยโดยมีขนาด 4GB ไม่สามารถเพิ่มเติมได้ในภายหลัง ทำให้เวลาจะสั่งซื้อต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะเพิ่มแรมหรือไม่ ซึ่งถ้าจะเพิ่มแรมเป็น 8 GB ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 3,000 บาทด้วยกัน
     ในส่วนของฮาร์ดดิสก์ SSD บน MacBook Air จะมีความจุ 128GB และ 256GB ให้เลือก โดยเครื่องที่เรานำมารีวิวนั้นเป็นความจุ 128GB ที่แม้ว่าจะดูน้อยแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งาน นอกจากนี้ MacBook Air 13 [Early 2015] ทั้งหมดยังได้มีการเปลี่ยนแปลงหน่วยความสำรองเป็น PCIe รุ่นล่าสุด ซึ่งความให้ในการทำงานมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวทีเดียว อีกทั้งในส่วนของการเชื่อมต่อก็ยังครบครัน (ตามสไตล์ Mac ) ทั้ง USB 3.0, Thunderbolt 2 และ Bluetooth 4.0 เป็นต้น ซึ่ง Apple มีสเปกของ MacBook Air 13 [Early 2015] ให้เลือกดังต่อไปนี้ (สเปกชิปประมวลผลและแรมเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ความจุ SSD ซึ่งใครอยากได้แรงกว่านี้ ต้องสั่ง CTO เอง)
- MacBook Air 11 : Core i5/HD6000/Ram 4GB/SSD 128GB ราคา 31,900 บาท
- MacBook Air 11 : Core i5/HD6000/Ram 4GB/SSD 256GB ราคา 37,900 บาท
- MacBook Air 13 : Core i5/HD6000/Ram 4GB/SSD 128GB ราคา 34,900 บาท
- Macbook Air 13 : Core i5/HD6000/Ram 4GB/SSD 256GB ราคา 41,900 บาท
Hardware / Design
     โดยด้านดีไซน์การออกแบบ MacBook Air 13 [Early 2015] ยังคงในส่วนของรูปทรงแบบเก่าไว้ทั้งหมดไม่ต่างจาก MacBook Air 13 ในรุ่นก่อน ทั้งวัสดุในการผลิตอย่างอะลูมิเนียมอัลลอยด์แบบเดิมที่ให้ความสวยงามและผิวสัมผัสที่ดี รวมทั้งยังใช้เทคโนโลยีการผลิตรูปแบบ Unibody อย่าง MacBook Pro หรือ MacBook Air ในรุ่นผ่านๆ มาที่ให้ในความบางเฉียบแต่มาพร้อมความแน่นหนา โดยทั้งเครื่องหลักๆ ประกอบจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์เพียง 3 ชิ้นเท่านั้น

     ซึ่งก็ถือได้ว่า Unibody เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ MacBook เหนือกว่าคู่แข่งในเรื่องของการออกแบบให้มีความบางแต่ยังคงมีความแข็งแรงอยู่ ด้วยความที่ว่าต้องลงทุนสูงด้วยค่าเครื่องจักรตัดโลหะด้วยคอมพิวเตอร์ CNC ประกอบกับปริมาณในการผลิตต่อวัน ไม่สามารถผลิตได้จำนวนมาก ทำให้จำเป็นต้องวางแผนอย่างรอบคอบรัดกุม ซึ่งทาง Apple เองก็สามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตมีต้นทุนที่ไม่สูงมากแต่สามารถจำหน่ายได้ราคา ซึ่งเป็นอะไรที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ นำไปทำตามได้ยาก

     ดีไซน์ของ MacBook Air 13 [Early 2015] มีการออกแบบที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทั้งในเรื่องของความบางตัวเครื่องที่หนาที่สุดก็จะอยู่ที่ 17 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักที่ 1.35 กิโลกรัม แน่นอนว่าทั้ง Super Drive (DVD-RW Drive) ไม่ได้ถูกติดตั้งเอาไว้ เพื่อให้ตัวเครื่องมีความบางและเบาลงตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊กที่เน้นความบางเบา (ถ้าจะใช้อ่านเขียนแผ่น DVD ต้องซื้อไดร์ฟแยก) และที่ขาดไม่ได้เลยของ MacBook ก็คือโลโก้ Apple ที่สามารถเปล่งแสงได้ตามความสว่างของหน้าจอ เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นจุดขายของ MacBook เกือบทุกรุ่นก็ว่าได้ (MacBook Retina 12 รุ่นใหม่ล่าสุด ไม่มีแล้วตรงส่วนนี้)
     ต่อกันที่ด้านล่างตัวเครื่องของ MacBook Air 13 [Early 2015] จะเห็นว่า เหมือนกับ MacBook Air 13 รุ่นก่อนๆ ไม่แตกต่างกันทีเดียว โดยมีส่วนที่เป็นสีดำกลมจะเป็นยางรองตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน (สองตัวด้านหลังจะสูงกว่าเล็กน้อย) สำหรับส่วนของน็อตก็เป็นแบบพิเศษเช่นเดียวกับตัว MacBook Air รุ่นก่อน และ MacBook Pro Retina
     ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบดอกจันตรงกลางลึกลงไป เรียกได้ว่าใครจะหาซื้อไขควงมาแกะคงต้องลำบากกันเสียหน่อย (แต่เอาจริงก็แกะได้ไม่ยากนักหากมีเครื่องมือ) คาดการณ์ว่าเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ สามารถแกะเครื่อง MacBook ได้ตัวเองง่ายๆ
นอกจากนี้ตรงส่วนที่ใช้ยกฝาจอเพื่อเปิดเครื่องใช้งานก็จะมีการทำเป็นเว้าร่องลงไปเพื่อช่วยในการเปิดเครื่องที่ง่ายขึ้น แต่ตรงมุมแหลมทั้งสองด้านค่อนข้างคมพอสมควร แต่ก็ไม่ได้รบกวนในเรื่องของการใช้งานมากนัก

Keyboard / Touchpad
คีย์บอร์ด MacBook Air 13 [Early 2015] ยังได้คงรูปแบบเดิมไว้ซึ่งก็ถือว่าทำไว้ดีอยู่แล้วเช่นกันตามสไตล์ของ Mac กับคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size
อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด รวมทั้งแป้นก็เด้งกับนิ้วเมื่อกดลงไปอย่างพอดี ที่สำคัญมาพร้อมกับไฟส่องสว่างคีย์บอร์ด หรือหลายๆ คนอาจจะเรียกว่า Backlit Keyboard ที่สามารถใช้งานจริงได้สมบูรณ์แบบ ไม่แยงตาอย่างโน้ตบุ๊กบางรุ่นบางยี่ห้อ และสามารถปรับระดับไฟได้ตามต้องการ หรือจะอัตโนมัติตามสภาพปริมาณแสงก็ได้
     ซึ่งบน MacBook Air 13 [Early 2015] มี Ambient light sensor คอยปรับความสว่างไปอัตโนมัติอย่างนุ่มนวลทั้ง Backlit Keyboard และความสว่างของหน้าจอ
      ส่วนด้านบนของแป้นคีย์บอร์ดที่เป็นปุ่ม F1-F12 จะเป็นปุ่มฟังก์ชุ่นการทำงานพิเศษ อาทิเช่น การปรับความสว่างหน้าจอ เพิ่มเสียงลดเสียง และเรียกใช้งาน Mission Control, Launchpad & Dock ซึ่งมีข้อสังเกตอยู่ว่าปุ่ม Power ได้ย้ายมาอยู่ตำแหน่งของ Eject เดิม (มุมซ้ายบนสุดของคีย์บอร์ด) เมื่อเทียบกับ MacBook รุ่นหลายปีก่อน
       ทัชแพด หรือใน Mac จะเรียกว่า Trackpad ยังคงมีลักษณะรูปแบบหน้าตาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของสัดส่วนขนาด ที่เป็นวัสดุที่ทำออกมาได้ดี สามารถลากนิ้วได้ลื่น ไม่เกิดอาการสะดุดหรือหน่วงใดๆ ซึ่งจากการใช้งานจริง พบว่าสามารถตอบสนองการใข้งานได้เป็นอย่างดี
       ทั้งในการใช้งานแบบปกติหรือใช้งานฟังก์ชันการทำงานแบบ Multi-Touch Gesture จริงๆ อย่างที่ทัชแพดควรจะเป็นในโน้ตบุ๊กทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานตั้งแต่ 1 นิ้ว ไปจนถึง 5 นิ้ว ก็มีให้ใช้งานได้ครบถ้วนในระบบปฏิบัติการ OS X

Samsung Galaxy Tab S2

Samsung Galaxy Tab S2 แท็บเล็ตที่มาพร้อมกับดีไซน์เรียบหรู ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 5.6 มม. หน้าจอแสดงผลมีทั้งรุ่นเล็ก 8 นิ้ว และรุ่นใหญ่ 9.7 นิ้ว สเปคเดียวกัน ต่างที่ขนาด รันระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop

สรุปข้อมูลและสเปค Samsung Galaxy Tab S2 8.0
  • ราคาเปิดตัว 15,900 บาท (สิงหาคม 2558)
  • ขนาดตัวเครื่อง 198.6 x 134.8 x 5.6 มม.
  • น้ำหนัก 272 กรัม
  • 2G : 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
  • 3G : 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz
  • 4G : FDD LTE B1(2100), B2(1900), B3(1800), B4(AWS), B5(850), B7(2600), B8(900), B17(700), B28(700) และ TDD LTE B40(2300)
  • รองรับ 1  ซิม (Nano SIM)
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว Super AMOLED ความคมชัด 1536 x 2048 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop
  • ชิปเซ็ต Exynos 7 Octa 5433
  • ซีพียู 64 บิต Octa-core 1.9 GHz (Quad-core 1.9 GHz & Quad-core 1.3 GHz)
  • กราฟิก (GPU) Mali-T760
  • หน่วยความจำ RAM 3 GB
  • หน่วยความจำ ROM 32 GB เพิ่มความจำภายนอกได้ด้วย microSD สูงสุด 128 GB
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9
  • กล้องหน้า 2.1 ล้านพิกเซล
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.1
  • GPS/A-GPS, GLONASS
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh (ถอดเปลี่ยนเองไม่ได้)
ตัวเครื่อง ดีไซน์ และหน้าจอแสดงผล
Samsung Galaxy Tab S2 Review-11
Samsung Galaxy Tab S2 8.0 มีขนาดความบางเพียง 5.6 มม. และขนาดตัวเครื่องไม่ได้มาก อีกทั้งน้ำหนักที่เบาเพียง 272 กรัม ถือในมือข้างเดียวได้สบาย ทำให้การพกพาหรือหยิบขึ้นมาใช้งานก็สะดวกขึ้นด้วย โดยกรอบตัวเครื่องเป็นโลหะ ส่วนฝาหลังเป็นพลาสติก
หน้าจอแสดงผล 8 นิ้ว มีความละเอียด 1536 x 2048 พิกเซล ความหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 320 พิกเซลต่อนิ้ว และเป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED รองรับชุดสี Adobe RGB ซึ่งก็ให้ความคมชัดอยู่ในระดับที่ดีมาก
Galaxy Tab S2 นั้นมีอัตราส่วนหน้าจอ 4:3 ซึ่งเหมาะกับการใช้ท่องเว็บ อ่านหนังสือ E-Book ต่าง ๆ แต่พบว่ามีปัญาหาในการแสดงผลภาพเกมบางเกม ภาพเกมจะยืดไม่สมส่วนนั่นเอง ตัวอย่างเกมที่เจอ เช่น เกมเศรษฐี เป็นต้น
เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องหน้า 2.1 ล้านพิกเซล, ลำโพงสำหรับเสียงสนทนา, เซ็นเซอร์ Proximity สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน เพราะว่า Tab S2 ใช้โทรได้ด้วย
Samsung Galaxy Tab S2 Review-05
ด้านล่างหน้าจอมีปุ่มสัมผัส 2 ปุ่ม มีไฟส่องสว่าง ช่วยให้การใช้งานในที่มืดสะดวกขึ้น ได้แก่ ปุ่ม Recent Apps (ซ้าย) และปุ่มย้อนกลับ (ขวา) โดยปุ่มตรงกลางเป็นแบบปุ่มกดซึ่งเป็นโฮมและมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
 Samsung Galaxy Tab S2 Review-07
ขอบด้านบนตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน
Samsung Galaxy Tab S2 Review-09
ขอบด้านล่างมีลำโพงซ้าย-ขวา, ช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน, รูไมโครโฟนสำหรับเสียงสนทนา และพอร์ตเชื่อมต่อขนาด micro USB
Samsung Galaxy Tab S2 Review-06
Samsung Galaxy Tab S2 Review-03
ขอบทางด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มปิด/เปิดเครื่องหรือใช้สำหรับกดปิด/เปิดหน้าจอ, ถาดใส่ซิม ซึ่งรองรับ 1 ซิม เป็มซิมขนาด Nano SIM และช่องใส่ microSD ความจุสูงสุด 128GB
ด้านหลังมีเลนส์กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ไม่มีไฟแฟลชเหมือนรุ่นแรกแล้ว และมีช่องสำหรับล็อคกับเคสฝาพับแบบวางตั้งได้
ฝาหลังไม่สามารถแกะอออกได้ ภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh

นี่ไงล่ะ Samsung Galaxy Note 5 ตัวจริง

       เรียกว่าตอนนี้คงไม่ต้องลุ้นเรื่องการดีไซน์ของสมาร์ทโฟนเรือธง ในตระกูล Note อย่าง SamsungGalaxy Note 5  อีกต่อไปแล้วครับ


เพราะล่าสุดนั้นเว็บไซต์ Droid-Life ได้เผยแพร่ภาพสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ซึ่งอ้างว่าเป็น Samsung GalaxyNote 5 ในลักษณะพรีวิวออกมาให้เราเห็นกันหลายภาพแล้วครับ จากภาพดังกล่าวนั้นจะสังเกตเห็นได้ว่า มีหลายๆ มุมที่มองยังไงก็คล้ายกับ Samsung Galaxy S6 ไม่น้อยเลย ซึ่งรุ่นใหม่นั้นยังคงมาพร้อมปากกาอัจฉริยะ S PEN เช่นเคยครับ
       ส่วนของสเปกนั้นยังไม่มีอะไรมากนัก เบื้องต้นคาดว่า   จะมาพร้อมขนาดหน้าจอ  5.7 นิ้ว หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ต Exynos 7420 เช่นเดียวกับ Galaxy S6 กล้องด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 Lollipop
       และแฟนๆ ละคิดยังไงกับภาพที่ออกมา "What do you think? Is this your next phone?" เอาเป็นว่า วันที่ 13 สิงหาคมนี้รอเจอตัวจริงไปพร้อมๆ กัน

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ข่าวลือ windows 10


มีข่าวลือว่า Microsoft จะทำการอัพเดท "บางอย่าง" ให้กับ Windows 8.1 RT Update 3 หลุดออกมาพักใหญ่ๆ  หลายคนคาดหวังให้มันเป็น Windows 10 RT เนื่องจากไมโครซอฟท์ระบุว่า Windows 10 ทำงานได้กับบนทุกอุปกรณ์ และในที่สุดคำตอบก็ออกมาแล้วบนหน้าเว็บ FAQ ของไมโครซอฟท์ คำตอบก็คือ คุณไม่ได้ไปต่อ
บนหน้า Q&A ของ Windows 10 มีหัวข้อหนึ่งถามว่า "Windows RT จะเป็นอย่างไร?" ไมโครซอฟท์ให้คำตอบไว้ว่า
ถ้าคุณใช้งาน Windows RT อยู่ อุปกรณ์ของคุณจะไม่ได้รับการอัพเกรตเป็น Windows 10 แต่เราจะปล่อยอัพเดทในเดือนกันยายน 2015 ที่จะปรับปรุงการทำงานของหน้า Start menu และ Lock screen ตรวจสอบ Windows Update บนอุปกรณ์ Window RT ของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าพร้อมอัพเดทเมื่อมันพร้อม
Windows 10 มีโหมดการทำงานที่เรียกว่า Tablet mode ที่จะสลับเปลี่ยนการทำงานให้เป็น Fullscreen Start Screen และ Start Menu แบบปกติ ไม่รู้ว่าการอัพเดทดังกล่าวของไมโครซอฟท์คือการเพิ่มคุณสมบัตินี้ให้ Surface 8.1 RT นี้หรือเปล่า

ที่มา http://www.theverge.com/2015/8/9/9123277/windows-rt-8-1-update-3-start-menu-lock-screen-features

DTAC


    ล่าสุด dtac ได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับภาพยนตร์โฆษณา นำเครื่องเก่าแลก iPhone 6 ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ จากการที่ดีแทคกระตุ้นการขายสมาร์ทโฟนและสร้างโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus ได้ในราคาที่ดีมากขึ้น ผ่านแคมเปญ “มือถืออะไรก็ได้มาแลกเป็น iPhone 6” โดยได้ออกอากาศภาพยนตร์โฆษณา ไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีการแสดงความคิดเห็นต่อภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวเป็นที่หลากหลายในวงกว้าง
ดีแทคขอขอบคุณทุกเสียงที่แนะนำ คำติติง ความไม่สบายใจ และความห่วงใยที่เข้ามา โดยดีแทคพร้อมน้อมรับความคิดเห็นจากทุกท่าน และขออภัยที่ภาพยนตร์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ มา ณ โอกาสนี้ และด้วยการให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกค้าทุกท่าน ทางดีแทคจึงพิจารณางดเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจต่อคำแนะนำและคำติชมที่มีให้ ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานด้วยความจริงใจและตั้งใจดี ด้วยความห่วงใยและใส่ใจในทุก ๆ อย่างต่อลูกค้าของเรา